Get Adobe Flash player

Tecnical Diving

        Tecnical Diving

     “เทคนิคอล ไดวิ่ง” คืออะไรกันแน่ และมันต่างจากการดำน้ำแบบที่เราดำกันอยู่ ที่เขาเรียกกันว่าการดำน้ำแบบนันทนาการ (Recreational Diving) อย่างไร คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามที่อยู่ในใจของเพื่อนๆ นักดำน้ำหลายคน เพื่อนนักดำน้ำหลายคนถึงกับไปเล่าเรียนการดำน้ำแบบนี้มาเพื่อจะหาคำตอบ หลายคนคงสนใจที่จะดำน้ำแบบนี้อยู่ แต่ก็คงยังสงสัยว่ามันจะเป็นอย่างไรบ้าง จะต้องลงทุนขนาดไหน ปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ตัวผมเองก็เกิดสงสัยขึ้นมาแบบนี้แหละครับ ก็เลยต้องไปพยายามหาคำตอบ ช่วงนี้ที่กำลังแสวงหาคำตอบอยู่ ได้ความรู้มาบ้างก็อยากจะเอามาแบ่งปันกันกับเพื่อนๆ นักดำน้ำ คงจะเขียนเล่าให้อ่านกันทีละช่วงนะครับ หากเพื่อนๆ มีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอความกรุณานำมาแบ่งกันด้วยนะครับ

จากการไปศึกษามาก็พบว่า การดำน้ำแบบเทคนิคอล (ต่อไปนี้เรียกว่า Tec แล้วกันนะครับ) มันต่างจากการดำน้ำแบบพักผ่อนในแง่มุมของขีดจำกัด (Limit) และวิธีการ (Method) ในการดำน้ำนั่นเองครับ คือดำน้ำแบบ Tec นี่เป็นการดำน้ำเกินขีดจำกัดของการดำน้ำแบบพักผ่อน ก็มาดูกันก่อนนะครับว่าขีดจำกัดของการดำน้ำแบบพักผ่อนนี่มันเป็นอย่างไร

                 การดำน้ำแบบพักผ่อน (Recreational Diving) มีข้อจำกัดดังนี้ครับ

          1. ดำน้ำแบบ No Stop No Decompression

          2. ดำน้ำด้วยอากาศ หรืออากาศที่มีออกซิเจนเข้มข้น (Enriched Air) ลึกไม่เกิน 40 เมตร

        3. หากจะดำน้ำเข้าไปในสถานที่ที่มีสิ่งกีดขวางเหนือศีรษะ ต้องมีระยะทางทั้งแนวตั้งและแนวนอนไม่เกิน 40 เมตรจากผิวน้ำ รวมทั้งต้องมองเห็นแสงธรรมชาติตลอดเวลาในการดำเข้าไป

โดยทั่วไปก็คือการดำน้ำแบบที่ใช้อุปกรณ์ที่ง่าย (ถังอากาศและเร็กกุเลเตอร์หนึ่งชุด) สามารถขึ้นสู่ผิวน้ำได้ทันทีหากมีเหตุฉุกเฉิน ใช้การฝึกฝนฝึกหัดที่ไม่สลับซับซ้อนมาก ไม่จำเป็นต้องอาศัยบุคลิกภาพและสภาพร่างกายที่เป็นพิเศษของนักดำน้ำ การดำน้ำแบบพักผ่อนจึงเป็นการดำน้ำที่เหมาะสมกันคนทุกเพศทุกวัย

ส่วนการดำน้ำแบบ Tec นี่จะดำกันเกินขีดจำกัดของการดำน้ำแบบพักผ่อนอย่างที่กล่าวมาแล้ว เช่นความลึกจะเกิน 40 เมตร ต้องทำการลดแรงกดดันใต้น้ำเป็นขั้น (Stage Decompression) ดำในสถานที่ที่มีสิ่งกีดขวางเหนือศีรษะและมีระยะทางทั้งแนวตั้งและแนวนอนเกิน 40 เมตร มีการเร่งการลดแรงกดดัน (Accelerated Decompression) บางทีก็ใช้ส่วนผสมของอากาศที่แตกต่างกันในการดำน้ำหนึ่งไดว์

        ดำน้ำแบบนี้จะต้องใช้วิธีการดำและเทคโนโลยีที่สูงและซับซ้อนกว่าเพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ต้องมีอุปกรณ์ที่มากและยุ่งยากขึ้นรวมถึงต้องใช้การฝึกฝนที่ยุ่งยากและซับซ้อนกว่าอีกด้วยครับ

ก็มีนักดำน้ำหลายคน เข้าใจผิดไปคิดว่าดำน้ำที่เกินขีดจำกัดของการดำน้ำแบบพักผ่อน โดยใช้ความรู้และอุปกรณ์ปกติที่ใช้ในการดำน้ำแบบพักผ่อน เป็นการดำน้ำแบบเทคนิคอล เช่นใช้ถังอากาศใบเดียวดำลงไปถึง 50 เมตรแล้วบอกว่านี่เป็นการดำน้ำแบบ Tec เท่าที่ผมอ่านจากตำรา Tec Deep Diver Manual ของ DSAT เขากล่าวว่ามีชื่อที่จะเรียกประเภทการดำน้ำแบบนี้ได้อย่างเดียวว่า Stupid Diving ครับ

                 ความเสี่ยงของการดำน้ำแบบเทคนิคอล

เราคงทราบกันดีแล้ว ว่าการดำน้ำแบบ Tec นี้จะเสี่ยงต่ออันตรายหลายประการมากกว่าการดำน้ำแบบพักผ่อน (Rec)   แต่ก็คงเป็นเพราะว่าการดำน้ำแบบ Tec นี้มีความท้าทาย และเปิดโอกาสให้ได้ไปพบประสบการณ์ที่ยากจะพบได้ในกิจกรรมอื่นๆ ผู้คนจำนวนมากที่มีความพร้อมจึงหันมาสนใจที่จะเรียนและดำน้ำแบบนี้กันมากขึ้นทุกที   อันที่จริงแล้วความเสี่ยงส่วนมากที่เกิดขึ้นในการดำน้ำแบบ Tec นี้ก็จะคล้ายคลึงกับความเสี่ยงของการดำน้ำแบบพักผ่อนทั่วไป เพียงแต่อันตรายที่จะเกิดขึ้นนั้น หากเกิดขึ้นแล้วมักจะร้ายแรง รุนแรงกว่านั่นเอง อย่างไรก็ดี ก็มีอันตรายบางประการที่มีเฉพาะสำหรับการดำน้ำแบบ Tec และไม่เกิดขึ้นในการดำน้ำแบบพักผ่อน อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับการดำน้ำแบบ Tec มีดังต่อไปนี้ครับ

          1. ไม่สามารถขึ้นสู่ผิวน้ำได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน อาจจะเพราะต้องทำ Decom หรือระยะทางไกลเกินไปจากผิวน้ำ หรือเพราะว่ามีสิ่งกีดขวางเหนือศีรษะ ทำให้ขาดทางเลือกสำคัญในการที่จะจัดการกับกรณีฉุกเฉินไปหนึ่งทาง

        2. ออกซิเจนน้อยเกิน (Hypoxia) หรือออกซิเจนมากเกิน (Hyperoxia) ซึ่งอาจจะทำให้หมดสติและจมน้ำได้ การได้รับออกซิเจนมากหรือน้อยเกินไปนั้นอาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนไปใช้อากาศที่มีส่วนผสมไม่ถูกต้อง เลือกส่วนผสมอากาศผิด หรือตรวจสอบอากาศผิดพลาด

       3. เมา (Narcosis) และนำไปสู่การตัดสินใจหรือเลือกพฤติกรรมที่ผิดพลาดและอาจจะนำไปสู่อุบัติเหตุ อาจจะทำให้เกิดการตอบสนองช้าเกินไปต่อกรณีฉุกเฉินและรับมือกับเหตุการณ์ไม่ได้

     4. โรคเกี่ยวกับความกดดัน (Decompression Illness) อาจจะทำให้เกิดการพิการ หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมไนโตรเจนมากไป ตรวจสอบอากาศผิดพลาด ทำถังอากาศสำหรับ Decompression หาย จำเป็นต้องขึ้นสู่ผิวน้ำก่อนจะเสร็จสิ้นการทำ Decompression คำนวนการ Decompression ผิดพลาด ปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล หรือดำน้ำเกินขีดจำกัด

         5. ทำผิดพลาด หรือไม่ได้ทำสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เนื่องจากงานมากเกินไป (Task Overloading) อาจจะเป็นเบนด์เพราะตัวลอยจนควบคุมไม่ได้ หรืออาจจะเกิดอาการออกซิเจนเป็นพิษเพราะตัวจมควบคุมไม่ได้ การดำน้ำแบบนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มากและสลับซับซ้อนกว่า จึงอาจทำให้เกิดความยุ่งยากในการปฏิบัติได้หากได้รับการฝึกฝนมาไม่ดีพอ

       6. จมน้ำเนื่องจาก BCD เสียหาย เพราะว่าอุปกรณ์ในการดำน้ำแบบนี้จะหนักมาก BCD ต้องมีคุณภาพและแรงยกอย่างเพียงพอ รวมทั้งต้องมีระบบลอยตัวในกรณีฉุกเฉินสำรองไว้ด้วย มีนักดำน้ำบางคนลืมเปิดวาล์วอากาศ ทำให้จมน้ำได้เพราะเติมลมเข้า BCD ไม่ได้แล้วแถมยังหายใจไม่ได้อีก ตัวก็จมลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่เร็กฯ ไม่ทำงาน

ในการเรียนดำน้ำแบบ Tec นี้นักดำน้ำจะได้เรียนวิธีการรับมือกับเหตุการณ์ดังที่กล่าวมา แต่ก็มีคำเตือนไว้เสมอว่า ถึงแม้ว่าเราจะทำทุกอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ (By The Book) แล้วก็ดี ความเสี่ยงก็ยังสูงกว่าดำน้ำแบบพักผ่อนเพราะความหลากหลายที่มากกว่า โอกาสเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินมากกว่า ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจจะต่อเนื่องเป็นลูกโซ่นำไปสู่อุบัติเหตุใหญ่ได้โดยง่ายกว่าและที่สำคัญ ทางเลือกที่จะขึ้นสู่ผิวน้ำในกรณีฉุกเฉินมักจะไม่มี

            สิ่งสำคัญที่เขียนไว้ในตำราทุกเล่มของการดำน้ำแบบ Tec นี้ก็คือ “ในการดำน้ำแบบเทคนิคอล ถึงแม้ว่าท่านทำทุกอย่างถูกต้อง มันก็ยังมีอันตรายที่จะนำไปสู่ความพิการและความตายแฝงอยู่เสมอ” ผู้ที่จะก้าวเข้าไปสู่โลกของการดำน้ำแบบ Tec จำเป็นที่ต้องรับรู้ และยอมรับความเสี่ยงดังกล่าวเสียก่อนตัดสินใจเรียนครับ

              อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่ของการดำน้ำแบบ Tec นั้นก็คล้ายกับการดำน้ำแบบพักผ่อนหย่อนใจ นั้นคืออุบัติเหตุมักเกิดจากการใช้เทคนิควิธีการที่ผิด ไม่มีอุปกรณ์ที่จำเป็น ไม่มีการฝึกฝนและเรียนรู้อย่างถูกต้อง หากอยู่ภายใต้ขีดจำกัดของอุปกรณ์และการฝึกฝนเรียนรู้ของเราแล้ว โอกาสของการเกิดอุบัติเหตุก็ไม่สูงครับ

อุบัติเหตุส่วนมากของการดำน้ำ (ทั้งแบบพักผ่อนและเทคนิคอล) มักเกิดจากการดำน้ำเกินขีดจำกัดของตนเอง เนื่องจากอันดับแรก นักดำน้ำที่ดำเกินขีดจำกัดของตนเองก็มักจะไม่รู้ว่ามีอันตรายอะไรรออยู่   อันดับต่อมาก็คือเมื่อพบกับอันตรายก็ไม่รู้จะจัดการกับมันด้วยวิธีไหน และอันดับสามก็คือถึงแม้จะรู้ว่าจะจัดการวิธีไหน แต่ทำไม่เป็นเพราะไม่เคยฝึกฝนให้ชำนาญภายใต้การดูแลของผู้ฝึกสอนมาก่อน

                 นักดำน้ำส่วนมากที่ประสบอุบัติเหตุเพราะดำน้ำเกิดขีดจำกัดของตนนั้น มักมีความเชื่อว่าตนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ โชคร้ายที่เป็นความเชื่อที่ผิด และนักดำน้ำหลายคนก็ต้องจ่ายค่าความเข้าใจผิดของตนเองด้วยชีวิตอย่างน่าเสียดาย

คุณสมบัติของนักดำน้ำแบบเทคนิคอล

นักดำน้ำแบบเทคนิคอลจำเป็นต้องมีลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพดังต่อไปนี้ ในการที่จะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจตามจุดมุ่งหมาย   หลายคนอาจจะไม่ได้มีนิสัยเหล่านี้ติดตัวมา แต่เมื่อหันมาเป็นนักดำน้ำแบบ Tec แล้วก็จำเป็นที่ต้องเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ มิฉะนั้นอาจจะเกิดอันตรายได้

             1. นักดำน้ำแบบ Tec จำเป็นต้องดูแลตัวเองได้อย่างเบ็ดเสร็จ จะต้องวางแผนและทำการดำน้ำเสมือนกับว่าต้องดำอยู่คนเดียวไม่มีผู้คอยให้ความช่วยเหลือ ต้องมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินแต่โดยลำพัง โดยไม่หวังพึ่งพานักดำน้ำคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยหรือความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำน้ำ

            2. ต้องสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นทีมได้ ถึงแม้จะพึ่งพาตนเองได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องคำนึงอยู่เสมอว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของทีม

              3. ต้องมีวินัย การดำน้ำแบบนี้ไม่มีช่องว่างให้ฝ่าฝืนกฎ หรือใช้ทางลัด ต้องให้ความสนใจกับแผนการดำน้ำโดยละเอียด ไม่ละเลยเรื่องอุปกรณ์และขีดจำกัดของการดำน้ำของตนเอง เนื่องจากผลของการฝ่าฝืนหรือใช้ทางลัดในการดำน้ำแบบ Tec นี้อาจจะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับนักดำน้ำได้

              4, ต้องระวัง เป็นวิธีการที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการกลับมาจากการดำน้ำแต่ละครั้งอย่างปลอดภัย คือต้องระวังไว้เสมอว่าทุกสิ่งสามารถ และจะผิดพลาดได้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว นักดำน้ำแบบ Tec ต้องมีอุปกรณ์และแผนสำรองไว้เสมอสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุใดๆ ขึ้นระหว่างทำการดำน้ำอยู่

           5, ต้องมีสมรรถภาพทางกายดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาระดับของสมรรถภาพทางการให้ดีอยู่ตลอดเวลาเพราะการดำน้ำแบบนี้อาจจะต้องใช้ความแข็งแรงหรือความทนทานของร่างกายในการจัดการกับการดำน้ำและเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งมีกำลังสำรองในกรณีฉุกเฉินเช่นความสามารถในการว่ายต้านกระแสน้ำขณะที่มีอุปกรณ์มากมายติดตัวอยู่ เป็นต้น

              6. ต้องยอมรับความรับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของตนเอง ขณะเดียวกันก็ต้องรับรู้และยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการดำน้ำแบบนี้

            เมื่อพิจารณาดูแล้ว อาจจะมีหลายคนเลิกสนใจที่จะดำน้ำแบบ Tec นี้ไปเลยเพราะมีข้อจำกัดและข้อบังคับมากมาย รวมถึงมีการเสี่ยงอันตรายที่มากกว่าดำน้ำแบบพักผ่อนเยอะแยะ ในความเป็นจริงแล้ว นักดำน้ำสามารถพบกับความรื่นรมย์ ความตื่นเต้น การผจญภัยจากการดำน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องก้าวล่วงเข้ามาสู่การดำน้ำแบบ Tec เลย การดำน้ำแบบ Tec นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนทุกเพศทุกวัยเหมือนการดำน้ำแบบพักผ่อน และก็ไม่ควรจะเป็นเป้าหมายที่นักดำน้ำทุกคนควรจะมุ่งไปอีกด้วย

เพราะฉะนั้น หากนักดำน้ำคนไหนไม่พร้อมหรือไม่ยอมรับความรับผิดชอบ ความเสี่ยง หรือภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติแล้ว ก็ไม่ควรจะดำน้ำแบบนี้เป็นอันขาด เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวของนักดำน้ำผู้นั้นเอง

การเรียนดำน้ำแบบ Tec นั้นมีหลายอย่างด้วยกัน แต่ที่เป็นระดับเบื้องต้น หรือขั้นพื้นฐานนั้นก็เห็นจะเป็นหลักสูตรการดำน้ำแบบใช้กระบวนการทำการลดความกดดันเป็นขั้น (Staged Decompression Diving Course) หรือบางครั้งก็เรียกกันสั้นๆ ว่า Deep Air Diving การดำน้ำแบบนี้ก็จะเป็นการตอบสนองความต้องการของนักดำน้ำบางคนที่คิดว่าขีดจำกัดของการดำน้ำแบบ No Decompression ที่เราดำกันอยู่นั้นมันชักจะจำกัดเกินไปแล้ว

             ความแตกต่างของการเรียน Technical Diving ขั้นต้น กับการเรียนในระดับ Advance หรือ Specialty ของการดำน้ำแบบ Recreational Diving ก็คือการเรียน Tec นั้นนักดำน้ำต้องยอมรับความเสี่ยงมากกว่า ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าที่เคยเป็นมา

ข้อดี หรือข่าวดีก็คือว่า หากหันไปดูสถิติของการบาดเจ็บจาก Divers Alert Network (DAN) กันแล้วก็จะพบว่าการดำน้ำแบบ Tec ที่มีอุปกรณ์ครบครันและมีการฝึกฝนมาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการแล้วนั้นมีอัตราการเกิดโรคจากความกดดัน (Decompression Sickness) น้อยกว่านักดำน้ำที่ดำน้ำแบบ No Decompression  

สิ่งที่นักเรียนดำน้ำแบบ Tec จะต้องเรียนจึงมีพื้นฐานมาจากการป้องกันอุบัติเหตุและปัญหาซึ่งจะเกิดจากการทำ Decompression นั่นเอง นักเรียนดำน้ำแบบ Tec จึงจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่อง

           1. การวางแผนการดำน้ำอย่างระมัดระวัง เช่นต้องรู้ว่ามีปริมาณอากาศเพียงพอสำหรับการดำน้ำและการทำ Deco รวมทั้งปริมาณอากาศสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เหตุการณ์คับขัน ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด นักเรียนต้องหัดคำนวณอากาศที่จะใช้ และอัตราการบริโภคอากาศของตนเองอย่างแม่นยำ

                  2. การใช้และการจัดการกับอุปกรณ์ ก็เป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับการดำน้ำแบบนี้ ต้องมีอุปกรณ์สำรองเสมอ และสามารถจัดการกับเหตุการณ์หากอุปกรณ์เสียหายหรือสูญหายขณะดำน้ำได้

                  3. นักดำน้ำแบบนี้จะต้องมีทักษะการดำน้ำที่ดีมาก การควบคุมการจมลอยจะต้องอยู่ในระดับเป็นเลิศเท่านั้น เพราะว่าหากเกิดการผิดพลาดขึ้น ปัญหาที่ใหญ่โตจะตามมาอย่างไม่ขาดสาย

                 4. จะต้องเรียนรู้เรื่องการมีเจตคติที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะแตกต่างกับการดำน้ำแบบเดิมไปบ้าง เช่นแนวคิดเรื่อง “บัดดี้” ก็จะถูกแทนที่ด้วย “ทีม” เป้าหมาย ภารกิจของการดำน้ำก็จะเพื่อทำตามวัตถุประสงค์ของทีมมากกว่าจุดประสงค์ส่วนตัว เจตคติเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อตกลง ก็จะถูกเน้นอย่างเข้มข้นมากขึ้น

การจัดการกับอากาศที่ใช้ (Gas Planning)

นักดำน้ำแบบ Tec โดยทั่วไปจะต้องเลือกส่วนผสมของอากาศที่จะใช้ในการดำน้ำ ความรู้เบื้องต้นของคนที่ดำน้ำแบบนี้เรื่องแรกจึงเป็นเรื่องของการดำน้ำโดยใช้อากาศที่มีส่วนผสมของออกซิเจนที่แตกต่างกับอากาศธรรมดา (Enriched Air Nitrox) นักดำน้ำจะเลือกส่วนผสมของอากาศที่เหมาะสมกับความลึก เวลา และลักษณะของการทำ Decompression ในการดำน้ำแต่ละครั้ง

อากาศธรรมดา โดยทั่วไปแล้วจะไม่ใช่ก๊าซที่เหมาะสมที่สุดในการดำน้ำแบบ Tec โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ Deco ด้วยอากาศธรรมดานั้นจะลำบากกว่าใช้ Nitrox เช่นอาจจะเสี่ยงต่อการเป็นเบนด์มากกว่า หรือว่าต้องใช้อากาศมากจนไม่สามารถนำอากาศในปริมาณที่พอเพียงลงไปได้ เป็นต้น นักดำน้ำแบบ Tec จึงมักต้องใช้อากาศที่มีส่วนผสมแตกต่างกันไปเพื่อให้มีเวลาในการดำน้ำให้นาน เพื่อลดเวลาในการทำ Deco หรือเร่งรัดกระบวนการทำ Deco นั่นเองครับ

อันดับแรกเลยนักดำน้ำแบบ Tec จะต้องมีความรู้เรื่องความลึกที่นำมาใช้คำนวณ (Equivalent Air Depth: EAD) และความลึกสูงสุดของก๊าซที่ใช้หายใจ (Maximum Depth: MOD) ซึ่งความรู้เหล่านี้จะเรียนมาก่อนในหลักสูตร Enriched Air Nitrox Diver Course แล้ว จากนั้นจึงหัดหาอัตราการบริโภคอากาศที่ผิวน้ำ (Surface Air Consumption: SAC) ของตัวเอง ซึ่ง SAC ของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน

จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้น ก็ต้องเริ่มคำนวณหาอะไรกันเยอะแยะไปหมดแล้ว นักดำน้ำแบบ Tec จะต้องรู้หลายเรื่องมากเลยก่อนที่จะเริ่มดำน้ำ เช่นต้องรู้ว่าตนมีอากาศลงไปในปริมาณเท่าไร เพียงพอต่อการใช้ดำน้ำในแต่ละครั้งและมีสำรองในกรณีฉุกเฉินหรือเปล่า อากาศในแต่ละถังสามารถใช้ได้ในความลึกเท่าไร ฯลฯ.

นอกจากนั้นยังต้องวางแผนไว้เผื่อการเมาไนโตรเจน การวางแผนเพื่อป้องกันออกซิเจนเป็นพิษ หลายเรื่องที่ต้องนำมาใช้ในที่นี้ จะได้เรียนมาก่อนแล้วในหลักสูตร Enriched Air Diver Specialty และหลักสูตร Deep Diver Specialty ซึ่งผู้ที่จะก้าวเข้ามาเรียน Tec จำเป็นต้องผ่านหลักสูตรเหล่านี้เสียก่อน

                      การจะดำน้ำแบบนี้ ความคิดและเจตคติของนักดำน้ำจึงต้องมีความแตกต่างกับนักดำน้ำแบบ Rec โดยทั่วไปพอสมควร การที่จะดำน้ำแบบวางแผนตามคอมพิวเตอร์ ดำจนอากาศเกือบหมด หรือดำตามสบายแล้วค่อยจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหน้า กลายเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงสำหรับการดำน้ำแบบ Tec   นักดำน้ำแบบ Tec จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าและดำน้ำตามแผนอย่างเคร่งครัด เช่นต้องวางแผนเรื่องปริมาณก๊าซที่จะใช้หายใจอย่างที่กล่าวมาแล้ว ต้องวางแผนเรื่องความลึกและเวลา เรื่องระดับการทำ Deep Stop และ Deco Stop จนกระทั่งต้องมีการวางแผนและเขียน Run Time ว่า เวลานี้ จะต้องมาอยู่ จุดไหนของความลึกที่ดำน้ำ

จากเรื่องที่กล่าวมา การดำน้ำแบบ Tec นี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้คุณสมบัติหลายอย่างมากของนักดำน้ำ เช่นต้องใช้ความแข็งแกร่งและความฟิตของร่างกาย ต้องใช้ทักษะการดำน้ำในระดับสูง ต้องใช้ทักษะการคำนวณและการวางแผนอย่างละเอียด และสุดท้ายต้องมีเจตคติและวินัยในการดำน้ำที่เข้มข้น

คุณสมบัติทั้งหลายเมื่อนำมารวมกัน ก็เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย หรือน่าท้อแท้ใจสำหรับคนส่วนมาก แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากเช่นกันที่เห็นเป็นเรื่องท้าทาย และสำหรับคนที่ก้าวเข้ามาสู่โลกของการดำน้ำแบบ Tec แล้ว

Surface Air Consumption: SAC หามาทำอะไรกัน

                     ก่อนอื่นเราก็ต้องมาเรียนรู้กันก่อนครับว่า SAC นี้หามาได้อย่างไร วิธีการง่ายๆ ก็คือให้ดำลงไปที่ความลึกใดก็ได้ที่ชอบ เช่นห้าเมตร สิบเมตร ยี่สิบเมตร ฯลฯ. แล้วก็ทำการว่ายน้ำสบายๆ ไม่ต้องเร่ง และไม่ช้าเกินไป ที่ความลึกนั้น ตามเวลาที่วางแผนไว้ เช่นห้านาที หรือสิบนาที ก่อนที่จะทำการทดสอบนี้ ต้องดูไว้ก่อนว่าอากาศของเรามีอยู่เท่าไร และเมื่อทำการทดสอบเสร็จ ก็กลับมาดูว่าเราใช้อากาศไปเท่าไรนั่นเอง หลังจากทำการทดสอบแล้ว เราก็เอาข้อมูลทั้งหมดที่มีมาทำการคำนวณ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะมีความจุของถังอากาศที่ใช้ (เป็นลิตร) ความลึก (เป็นเมตร) เวลา (เป็นนาที) และปริมาณอากาศที่ใช้ไป (เป็นบาร์) โดยเราจะถือว่า SAC ที่หามาครั้งนี้เป็น SAC สำหรับการดำน้ำตามปกติ หลังจากนี้เราอาจหา SAC เวลาทำ Deco คืออยู่นิ่งๆ หรือหา SAC เวลาดำน้ำต้านกระแสน้ำ หรือดำน้ำด้วยความรวดเร็ว ก็ได้ครับ

เอาข้อมูลทั้งหมดมาเข้าสูตรต่อไปนี้

               SAC = ปริมาณอากาศที่ใช้ไป (เป็น Bar) คูณด้วย ความจุของถังอากาศที่ใช้ (เป็นลิตร) แล้วเอาไปหารด้วยความกดดัน (เป็น ata) จากนั้นจึงเอาผลไปหารด้วยเวลา

               เมื่อเราหา SAC มาได้แล้ว เราก็สามารถวางแผนจัดการกับปริมาณอากาศที่เราจะใช้ดำน้ำได้อย่างปลอดภัยครับ โดยการเอา SAC ไปคูณกับความกดดัน (ata) ความลึกนั้น คูณกับเวลา ความลึกนั้น เราก็จะได้ปริมาณอากาศที่จะต้องใช้ เอาปริมาณอากาศที่เราต้องใช้ไปบวกกับปริมาณอากาศสำรองที่เราวางแผนไว้ เราก็จะรู้ทันทีว่าอากาศที่เราเตรียมไปนั้นจะเพียงพอสำหรับการดำน้ำไดว์นั้นหรือไม่

               ลองดูตัวอย่างกันนะครับ หากผมอยากจะดำน้ำดูเรือจมที่ความลึก 50 เมตร โดยใช้ถัง 12 ลิตรสองถัง ที่อัดอากาสไว้ 200 บาร์ และผมมี SAC อยู่ที่ 18 ลิตรต่อนาที เวลาวางแผนดำน้ำ ผมก็ต้องดูก่อนว่าผมมีอากาศในถังอยู่เท่าไร ซึ่งก็เท่ากับ 200 x 24 = 4800 ลิตร

จากนั้นก็ดูว่าหากผมจะดำที่ 50 เมตรสัก 30 นาที อากาศจะพอไหม ด้วยการคำนวณ

6 ata x 30 minutes x 18 litre per minute = 3240 ลิตร

นั่นหมายความว่า ไดว์นั้นผมจะมีอากาศสำรองเหลือ 4800 3240 = 1560 ลิตร เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีต้องใช้กำลังมากกว่าปกติโดยไม่คาดคิด ฯลฯ. ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะใกล้เคียงกับการเหลืออากาศไว้หนึ่งในสาม ซึ่งเป็นปริมาณอากาศสำรองที่ยอมรับใช้กันทั่วไปในวงการ Tec ครับ

                 ในกรณีนี้เราต้องมีถังต่างหากสำหรับทำ Deco และสำหรับการขึ้นจากความลึกด้วยนะครับ หรือถ้าหากเราจะใช้แท้งค์คู่ที่เรามีอยู่นั้นในการขึ้นและทำ Deco เราก็ต้องลดเวลาที่ความลึกลงไปเพื่อให้มีอากาศเหลือสำหรับขึ้นและทำ Deco ด้วยการหาปริมาณอากาศที่เราจะใช้ในการขึ้นและทำ Deco มาหักลบกลบหนี้กันก่อนด้วยครับ

ส่วนปริมาณอากาศสำรองหนึ่งในสามนั้น ก็ต้องมีอยู่ครบถ้วนเวลาขึ้นสู่ผิวน้ำแล้วนะครับ อย่าเอาไปใช้ในการขึ้นหรือทำ Deco เชียวนะครับ   เพราะอันตรายร้ายแรงอย่างหนึ่งในการดำน้ำแบบ Tec ก็คือการเอาสิ่งที่เก็บไว้ใช้สำรอง หรือเวลาฉุกเฉินมาใช้นี่แหละครับ พอฉุกเฉินเกิดขึ้นจริงๆ คราวนี้ก็จะไม่มีอะไรเหลือไว้ต่อชีวิตครับ

                    จากประสบการณ์ที่ผ่านมา SAC ที่หา ความลึกสิบเมตร กับตอนไปหาที่ความลึกห้าสิบเมตร ก็ไม่ตรงกันสักเท่าไรนัก คงเพราะปัจจัยเรื่องความกดดัน ความกังวล การเมาไนโตรเจน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เวลาหา SAC ก็เลยน่าจะลองหาที่ความลึกต่างๆ หลายๆ ที่ด้วยจะดีกว่าครับ

น่าสนุกไหมครับ นี่ยังไม่ได้เริ่มลงน้ำเลยนะ

                       วิธีการนำ SAC มาใช้

                อันที่จริง สำหรับนักดำน้ำแบบ Rec นั้น การใช้ SAC แทบจะไม่จำเป็นเลย เนื่องจากเวลาดำน้ำ หากเราดู SPG บ่อยๆ เราก็จะรู้ว่าเมื่อไรจึงจะถึงเวลาที่จะขึ้นแล้ว นั่นคืออากาศใกล้หมดก็สมควรที่จะขึ้นได้เสียทีน่ะครับ เนื่องจากการดำน้ำแบบ Rec นั้นความจำเป็นในการทำ Deco นั้นไม่มี อากาศเหลือพอประมาณก็ยังสามารถขึ้นได้โดยปลอดภัย

อย่างไรก็ดี ผมเองก็ใช้วิธีการหาอะไรคล้าย SAC นี่มาใช้สำหรับการดำน้ำแบบ Rec อยู่เหมือนกันนะครับ ก่อนที่นักดำน้ำจะลงน้ำผมก็จะจดปริมาณอากาศของพวกเขาไว้ใน Roster เมื่อขึ้นมาก็จดอากาศที่เหลือเป็นการเช๊คอินเช๊คเอาท์ไปในตัวน่ะครับ เมื่อมาดูที่ Roster ก็จะรู้ว่าในกลุ่มแต่ละคนมี SAC เท่าไร แต่ SAC นี่จะเป็นการวัดปริมาณอากาศเป็น Bar หรือ psi อย่างเดียวนะครับ คนละอย่างกับที่เล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่แล้ว การหา SAC แบบนี้ก็ใช้ได้ครับหากทุกไดว์ใช้ถังอากาศแบบเดียวกัน แต่จะใช้ไม่ได้กับการดำน้ำแบบ Tec เพราะการดำน้ำแบบนี้เราใช้ถังอากาศหลายอย่างครับ บางทีก็เป็นถังคู่ บางทีก็ถังใหญ่ บางทีก็ถังเล็กน่ะครับ

เอาละ คราวนี้มาดูกัน ว่านักดำน้ำแบบ Tec นำเอา SAC มาใช้งานกันอย่างไรนะครับ สมมติว่าผมจะวางแผนการดำน้ำดังต่อไปนี้

           30 เมตรเป็นเวลา 50 นาที ก็จะต้องใช้อากาศทั้งหมด 4000 ลิตร

          ขึ้นมาทำ Deepstop ที่ 24 เมตร 2 นาที ใช้อากาศอีก 136 ลิตร

          ทำ Deco ที่ 19 เมตร 1 นาที ใช้อากาศ 58 ลิตร

          ทำ Deco ที่ 9 เมตร 4 นาที ใช้อากาศ 152 ลิตร

          ทำ Deco ที่ 6 เมตร 16 นาที ใช้อากาศ 512 ลิตร

           ทำ Deco ที่ 3 เมตร 32 นาที ใช้อากาศ 832 ลิตร

                รวมแล้วก็ต้องใช้อากาศทั้งหมดในไดว์นี้ 5690 ลิตร หากจะต้องมีอากาศสำรองเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินอีกหนึ่งในสาม ก็ต้องเป็น 8535 ลิตรครับ ก็จะสามารถคำนวณได้เลยว่า ไดว์นี้ต้องเอาอากาศไปทั้งหมด 4 ถัง เพราะถังหนึ่งจะมีอากาศอยู่ 2400 ลิตร

แต่ในความเป็นจริง นักดำน้ำแบบ Tec ก็มักไม่ใช้อากาศชนิดเดียวในการดำน้ำแต่ละไดว์หรอกนะครับ อากาศในการดำน้ำก็อาจจะเป็น Nitrox ที่เหมาะสมกับความลึก และอาจจะใช้ Nitrox ที่เข้มข้นกว่านั้นในการทำ Deco เวลาในการทำ Deco ก็จะน้อยกว่าที่เห็นหลายเท่าเหมือนกัน อาจจะใช้อากาศไม่ถึงสี่ถังก็ได้ครับ

          การทำ Deco Dive

           ทักษะเบื้องต้นในการดำน้ำที่เคยเรียนมาแล้วจะเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งขึ้นในการดำน้ำแบบลดแรงกด (Decompression Dive) เช่นการควบคุมการจมลอย มีความสำคัญสำหรับการดำน้ำแบบนี้เพราะนักดำจะมีปริมาณไนโตรเจนในร่างกายมากจนใกล้จะเกิดฟองอากาศ การขึ้นหรือลงอย่างไม่ได้ตั้งใจเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้เกิดอาการของโรคอันเกิดจากแรงกดดันได้ และการแก้ไขก็จะเสียทั้งเวลาและปริมาณอากาศที่จะใช้หายใจ นอกจากนั้นการดำด้วยถังอากาศหลายใบก็จะมีการเปลี่ยนแปลงระดับการจมลอยระหว่างถังอากาศที่เต็ม (ทำให้ตัวหนัก) กับถังอากาศที่ใช้แล้ว (ทำให้ตัวเบา)

              การควบคุมความเร็วในการขึ้น เป็นส่วนสำคัญของการทำ Deco การขึ้นเร็วเกินไปมีผลให้เป็นโรคอันเกิดจากแรงกดดันได้มากเท่ากับการไม่ทำ Decompression Stop ทีเดียว

        การควบคุมการหายใจ ก็มีความสำคัญยิ่งเนื่องจากการหายใจที่ถูกต้องจะประหยัดอากาศ การหายใจถี่กระชั้นนั้นไม่เพียงแต่เปลืองอากาศเท่านั้น แต่จะทำให้การขับไล่ไนโตรเจนจากร่างกายช้าลงไปด้วย รวมทั้งยังเพิ่มระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดอากาศเมาไนโตรเจนได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายการหายใจถี่กระชั้นใต้น้ำนั้นจะเหนื่อยมาก ทำให้นักดำน้ำมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาน้อยลง

              การควบคุมตนเอง มีความจำเป็นมากเพราะนักดำน้ำที่เผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรงจำเป็นต้องควบคุมอารมณ์และวิเคราะห์ทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล ทักษะที่จะใช้ต้องถูกเรียนรู้และฝึกฝนมาเป็นอย่างดี นี่คือสาเหตุว่าทำไม่นักดำน้ำแบบ Tec จึงจะเป็นต้องมีประสบการณ์ในการดำน้ำแบบ Recreation มาก่อนเป็นจำนวนมาก

การระมัดระวังตัวแอง นักดำน้ำที่จะทำ Deco ต้องหมั่นสังเกตตนเองเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องความพร้อมของร่างกาย พลังงานที่มีและระดับความวิตกกังวล

              ทักษะการสื่อสารก็สำคัญเพราะการดำน้ำแบบ Deco นี้มักกระทำเป็นทีม การสื่อสารอาจจะไม่เหมือนเดิมภายใต้ความกดดันของงานที่มีปริมาณมาก การใช้อุปกรณ์ที่ยุ่งยากกว่าปกติ แผนการดำน้ำที่ซับซ้อนกว่าเดิม หรือการเมาไนโตรเจน

ขั้นตอนในการดำเริ่มจากการวางแผนการดำน้ำ ซึ่งส่วนมากในปัจจุบันจะใช้โปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์สร้างตารางดำน้ำเฉพาะขึ้นมา โปรแกรมเหล่านี้จะมีการให้ใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ตั้งแต่รายละเอียดของบุคคล จนถึงแผนการดำน้ำโดยเฉพาะเรื่องความลึกและเวลา และจะคำนวน Profile การดำน้ำออกมาให้เป็นรูปของตารางดำน้ำเฉพาะให้นักดำนำไปใช้

เมื่อได้ตารางมาแล้ว นักดำก็จะทำการดำน้ำตามตารางที่ได้มา โดยมีการกำหนดความลึก เวลา ที่จะใช้ในการดำน้ำ ความลึก เวลาที่จะทำ Deco ในแต่ละขั้น นักดำการจะดำตามที่ตารางกำหนดมาให้นั้นอย่างเคร่งครัด

                 ทักษะการควบคุมการจมลอย และการรักษาระดับความลึกให้สม่ำเสมอเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน จึงเป็นทักษะสำคัญยิ่งในการดำน้ำแบบนี้ ระดับความลึกที่ตารางกำหนดมานั้น ต้องรักษาไว้ให้เที่ยงตรงมาก จะขึ้นๆ ลงๆ ทีละเมตรสองเมตรอย่างการทำ Safety Stop ปกตินั้นไม่ได้ นอกจากนั้น ท่าทางในการทำ Deco ที่ถูกต้องนั้นคือการทำตัวขนานกับพื้น ก็ยิ่งทำได้ยากขึ้นไปอีกครับ

Last Updated (Thursday, 09 May 2013 13:56)

 
Join us on Facebook
Follow Us